นิติรัฐ

posted on 27 May 2010 14:38 by captainbird

ในหลายประเทศ  ความเป็นประชาธิปไตย (democratization)ได้บัญญัติลงในกฏหมายแล้ว   ประเทศมีการจัดการเลือกตั้งโดยมีภาพประชาชน  เข้าคูหาเลือกตั้งจริง    แต่หลังจากการเลือกตั้ง  การดำรงตำแหน่งของรัฐบาลจะสิ้นสุดลงหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประชาชนและ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบริหารประเทศ   แต่ขึ้นอยู่กับการประสานผลประโยชน์ของรัฐบาลกับกองทัพได้ลงตัวมากน้อยเพียงใด  กองทัพยังไม่ยุติการแทรกแซงการเมือง  องค์กรต่างๆที่เป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ และ สื่อ  ไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระแท้จริง 

การศึกษาประวัติศาสตร์ในหลายประเทศทำให้เข้าใจได้ว่า

กองทัพ  กับ  ฝ่ายซ้ายหัวเสรี ต่อสู้กัน  เป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้"ในหลายประเทศ  "

,การชุมนุมเรียกร้อง ครั้งใดที่เรียกร้อง ในสิ่งที่จะลดอำนาจของกองทัพ   ผู้ชุมนุมจะถูกกล่าวหาว่าเป็น ผู้ก่อการร้ายหรือ คอมมิวนิสต์ สะสมอาวุธฯลฯ

ประเทศที่กองทัพยังกุมอำนาจ จะมีลักษณะคล้ายๆกัน คือ การต่อสู้กับกระแสโลกาภิวัติ

 ,กระแสโลกาภิวัฒน์ โลกกำลังเอนเอียงไปทางฝ่ายซ้าย เสรียิยม ทุนนิยม การค้าแบบตลาดเสรี  และ,ความหลากหลายทางการเมือง  ฝ่ายซ้ายหัวเสรีในไทยหรือฝ่ายที่คิดต่าง  เริ่มมีการชุมนุมเพราะไม่พอใจการเมืองแบบเดิมๆ

หลายครั้งมีปราบปรามผู้ชุมนุมเสียชีวิตไปจำนวนมาก,แล้วเงียบไป ไม่มีใครกล้ารื้อฟื้น  ฝ่ายซ้ายหัวเสรี พ่ายแพ้เสมอ และไม่เคยมีได้รับความเป็นธรรม ,  ผู้แพ้กลับมาแก้แค้นทางการเมือง ไม่เคยสำเร็จ

ในไทย มีการรัฐประหารและได้ผู้นำมาจากกองทัพ   มีการใช้หลักความดีปกครองบ้านเมือง  หลักความดีจะอยู่เหนือกฏหมาย  อำนาจจะอยู่ในมือผู้กำหนดว่าสิ่งใดเป็นความดี การเมืองจะเน้นหนักไปทางคัดสรรคนดี”  

ปรีดีแพ้เพราะถูกปฎิวัติ จะกลับมาชิงอำนาจด้วยการปฏิวัติ , ทักษิณแพ้เพราะถูกชุมนุมกดดัน จะกลับมาชิงอำนาจด้วยการชุมนุมกดดันบ้าง  ,เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่รู้จะสู้อย่างไร  ,ยุคนี้ไม่มีใครต่อสู้ด้วยกลไกตามกฏหมาย

หลักนิติรัฐ  เกิดขึ้นจาก  มนุษย์ต่างเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ มารวมตัวกัน ในสังคม  ย่อมความคิดต่างกัน  มาตรฐานความถูกต้อง  ความผิด ความดี ความชั่ว ต่างกัน,  จึงต้องตกลงกันว่าคนในชาติจะยึดกติกาใดตอบแทนคนทำถูกกติกา  ลงโทษคนทำผิดกติกาเพียงใด  ประเทศชาติจะเดินหน้าไปในแนวทางไหน ,ประเทศต้องมีกติกาหลักเพื่อเราจะเรียกได้เต็มปากว่า "ยุติธรรม" , บางสังคมลงโทษคนเสพกัญชารุนแรง  บางสังคมลงโทษคนลักทรัพย์รุนแรง , แต่สังคมก็ยอมรับได้เพราะทุกคนอยู่ภายใต้หลักกฏหมายเดียวกัน, กลไกเดียวกัน  อย่างเท่าเทียมกัน ,เราจะรู้สึกว่า ยุติธรรม 

อารยประเทศ  เลือกที่จะเป็นประชาธิปไตย, ผู้แทนประชาชนต้องมาจากการเลือกตั้ง,  เพราะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ ให้คุณให้โทษ รัฐบาลได้มากกว่าระบบอื่น,หลักหนึ่งคนหนึ่งเสียงทำให้นักการเมือง"แคร์"คนรากหญ้า

 ในหลายประเทศ  กองทัพไม่นิยมเลือกตั้งเพราะเป็นหนทางให้ฝ่ายซ้ายหัวเสรีหรือลัทธิอื่น กลับมามีอำนาจ  การปล่อยให้ฝ่ายคิดต่างมีอำนาจก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะไม่มีการลดอำนาจกองทัพ,  อดีต ถึง ปัจจุบัน ไม่มีอะไรต่างกัน  กองทัพยังนำพรรคพวกตัวเองมาปกครอง ยึดทุกหัวหาด  ให้พี่น้องลูกหลาน  เพื่อนรุ่นเดียวกัน  สืบทอดอำนาจ  ,

ประเทศใดที่ใช้หลักความดีความชั่ว  ประเทศนั้นๆจะเต็มไปด้วยการเลือกปฏิบัติ, เพราะพรรคพวกตัวเอง คือ คนดี เสมอ  ฝ่ายคิดต่างจะรับโทษอย่างรุนแรง  แต่คนที่เป็นพรรคพวกทำผิดกฏหมาย    กลไกต่างๆจะไม่ทำงาน สามารถเก็บคดีความหรือตีความให้พ้นผิดได้  

,หลายประเทศ กฏหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจและทำลายฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น คนที่คิดเป็นซ้ายหัวเสรี หรือฝ่ายคิดต่าง  ถูกป้ายสีว่าเป็นคนชั่วทันที

หลักการปกครองโดยคนดี  จะนำไปสู่เผด็จการอย่างสมบูรณ์เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ที่กำหนดว่าอะไรเป็นความดี และคนที่จะมากำหนดว่าสิ่งใด คือความดีความชั่วคือ คนที่มีรถถังมากที่สุด  , เราจะเห็นคนในกองทัพแข่งขันสะสมกำลังพล

 ความชั่ว คืออะไร!!! คิดต่าง  หรือ  หัวเสรีตามกระแสโลกาภิวัฒน์,

ในหลายประเทศ   ฝ่ายที่นิยมในกระแสโลกาภิวัฒน์ มีความหวังว่าประเทศจะเป็นเหมือนอย่างประเทศที่พัฒนาแล้วบ้าง  แต่คงรออีกอย่างน้อย 30 ปี , แค่รอเด็กที่นั่งแช่หน้าจอคอม  เติบโต และมีจำนวนมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลง  กว่าจะถึงตอนนั้น ประชาคมโลกคงไปไกลมากแล้ว

 ในพม่าไม่เปิดรับการลงทุนเพราะจะเป็นหนทางให้ต่างชาติที่อิงกระแสโลกฝ่ายซ้ายหัวเสรีจะมีอำนาจต่อรองกับกองทัพ  ในอดีตเด็กจะถูกปลูกฝังโดยฝ่ายชนะ  แต่ในยุคข้อมูลข่าวสาร การผูกขาดข้อมูลทำได้ยาก ,  อินเตอร์เนตจะทำให้เด็กได้รับข้อมูลด้านกระแสโลกาภิวัฒน์ฝ่ายซ้ายหัวเสรีด้วย,   UN  แทรกแซง พม่า เกาหลีเหนือ  ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกิจการภายใน,  ฝ่ายซ้ายหัวเสรีพึ่งพากระแสต่างชาติได้ไม่มากนัก   ประเทศอื่นเรียนรู้แล้วว่าประเทศพม่า  ไม่จริงใจเปิดประเทศ ,  ในอนาคต  อาเซียนจะรวมเป็นสมาคม  เดินทางไม่ต้องใช้วีซ่า  ในอนาคตจะใช้เงินสกุลเดียวกัน  ไม่มีแบ่งแยกเชื้อชาติ, 

 ,ระบบเลือกตั้งที่ดีต้องมี ฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ทุกกลุ่มออกเสียงได้,  สังเกตได้จากอารยประเทศ มีเดโมเครต  ,บริพับลิกัน ถ้าได้นายกไม่ดี ระบบเลือกตั้งจะมีกลไกคัดคนไม่ดีออกไป, โดยเลือกตั้งสมัยหน้าประชาชนจะไม่เลือกเขา ,สังคมจะได้บทเรียนจากรัฐบาลที่แย่ จะเรียนรู้ทางการเมือง,  คนที่ไม่สามารถบริหารประเทศก็จะแพ้เลือกตั้งพรรคใหม่ๆจะเข้ามาร่วมแข่งขัน  , ระบบแข่งขันเสรี, จะมีประชาชนช่วยคัดกรอง ,ตรวจสอบ นักการเมืองจะกลัวแพ้เลือกตั้ง , จะปรับปรุงนโยบายให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ในไทย  เดินมาถึงจุดๆหนึ่งที่คนในชาติ ไม่สามารถกลับมารักกันได้อีกเพราะว่า แกนนำแต่ละฝ่ายสัญญากับ กลุ่มสีเสื้อของตนไว้ว่าจะสู้กับอีกฝ่ายอย่างถึงที่สุด   เป้าหมายจึงเป็นความรุนแรงเท่านั้น,!!! จุดยืนที่หนักแน่นของประชาชนความเกลียดชังกลุ่มตรงข้ามนั่นเองที่ทำให้ประเทศไม่สามารถกลับมาปรองดองกันได้อีก  

การ เลือกปฏิบัติ  ปิดสนามบิน คดีเลื่อนไปเรื่อยๆ  แต่ปิดราชประสงค์เป็นก่อการร้าย  ใช้กระสุนจริงยิงเสียชีวิตจำนวนมากทำให้คนเสื้อแดงรู้สึกว่าไม่เท่าเทียม

  อเมริกาปลูกฝังให้เด็กยอมรับฝ่ายที่คิดต่างได้,   การใช้อคติส่วนตัวทำลายกัน คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย , 

 

 

วิ่งเต้น

posted on 14 Mar 2010 09:56 by captainbird

ตำรวจนั้นมีเงินเดือนอัตราคงที่ มั่นคง ไม่ว่าประชาชนจะได้รับบริการมากน้อยขนาดก็ตาม ขาดแรงจูงใจในการทำงาน เหมือนงานราชการทั่วไปจึงเกิดการอู้งาน  เพราะอู้สำเร็จก็เท่ากับได้เงินเดือนฟรีและ ถ้าทำงานจับผู้ร้ายมากโอกาสถูกไล่ออกก็ยิ่งมากเพราะกฏหมายคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหามากเกินไป  เมื่อมีเวลาว่างก็หันหน้าไปวิ่งเต้นเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้พิเศษแก่ตนเอง  คนไหนวิ่งเก่งๆจนได้อยู่"ทำเลทอง"ก็จะมีชีวิตที่สุขสบายเป็นอย่างมาก บางที่ พ.ต.ต.ตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สน.เกรดเอ(ทั่วไป) มีรายได้หักจากแบ่งแล้วสุทธิ 200,000บาท ต่อเดือนทีเดียว ระบบนี้ไม่สนับสนุนให้ตำรวจทำงาน แต่ส่งเสริมให้วิ่งเต้น  เมื่อทุกคนวิ่งเต้น  ความซวยจึงมาตกอยู่ที่คนทำงาน คนที่พูดไม่ไพเราะ  เอาใจนายไม่เป็น  สุดท้ายจะกลายเป็น"คนไม่มีเส้น"หนีไม่พ้นถูกเตะเข้ากรุ งานธุรการ ไปชายแดนต่างๆ ที่ๆกันดาร หรือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คนที่มีเส้นก็จะเอางานดีๆ พื้นที่ดีๆไปจนหมด

3 จังหวัดใต้นั้น ทุกคนไม่มีเส้น เพราะถ้ามีเส้นคงไปอยู่ทำเลทองตั้งนานแล้ว    คนที่ถูกส่งไปล้วนแต่เป็นคนไม่เต็มใจอยู่เพราะคนเรามีลูกมีเมีย  ไม่มีใครอยากแบกความเสี่ยงชีวิตเอาไว้เอง (เว้นแต่คนมีอุดมการณ์จริงๆสมัครใจไปเอง) 

ผมเองก็กำลังวิ่งเต้น เข้าหานายตลอด เพื่อคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายครั้งหน้า อย่างน้อยผมก็ไม่ถูกเตะไปรับกรรมที่ไหน

อาจารย์

posted on 02 Mar 2010 21:40 by captainbird

บ่อน โสเภณี สถานบันเทิง ของเถื่อนฯลฯ  สะท้อนให้เห็นถึงส่วยทั้งสิ้น

ที่ผ่านมาก็เล่นละครว่า ตำรวจพยายามแก้ไขปัญหาแล้ว

ที่ตลกคือ ยุคนี้ชาวบ้านฉลาด การเล่นละครระหว่าง ตำรวจ กับพวกละเมิดกฏหมาย ไม่ได้ผลอีกต่อไป ชาวบ้านถามหาการตรวจสอบจากองค์กรภายนอก

ส่วนมากตำรวจจะจับพวกละเมิดกฏหมายก็จะเอาพวกอาจารย์มหาวิทยาลัย มาร่วมด้วย แล้วก็แกล้งจับ(เหมือนเดิม)เช่น ตำรวจร่วมกับ อาจารย์ ปริญญาฯ เข้าจับกุมผับที่ปิดเกินเวลา ไม่มีใบอณุญาต และยอมให้เด็กเข้าในผับ (อาจารย์อาจไม่รู้ว่าเขาจัดฉากหรือรู้ว่าจัดฉากแต่อยากดัง) ในตอนแถลงข่าว อาจารย์ก็ได้ออกทีวี ได้ภาพลักษณ์ดี   ตำรวจได้เล่นละครต่อ ดูแล้วสะอาดขึ้น  ห้าวันผ่านไป พวกผับก็เริ่มละเมิดกฏหมายอีก เพราะระบบส่วยยังเดินหน้าเหมือนเดิม ตำรวจอ้างว่าจะพยายามแก้ไข(อีกแล้ว)

ในการจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่ต่าง  ที่ผ่านมาก็ฮั๊วกับพ่อค้ามาตลอด สิ่งของที่ราชการซื้อ,จ้าง ส่วนมากจะแพง ตอนนี้เริ่มให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมวงด้วย เพื่อจัดฉากต่อสังคมว่า ซื้อ ,จ้างโปร่งใส   เห็น ขอคนจาก สตง.ช่วยจัดซื้อ แต่ก็เห็นฮั๊วกันเหมือนเดิม

 

ขอดีๆ ไม่ให้ ก็ต้อง....

posted on 17 Feb 2010 19:56 by captainbird

เสื้อเหลือง =ยึดสนามบิน ,ชุมนุม

เสื้อแดง =พังประชุมอาเซี่ยน ,ชุมนุม

คนเมายาบ้า =เอามีดจี้คอเด็กเล็ก (บางทีก็จี้คอตัวเอง)

โจรปล้นธนาคาร  =เอาปืนจี้ตัวประกัน

โจรข่มขืน = เอามีดจี้คอหญิง

เจ้าหนี้เงินกู้  =เอาที่ดินลูกหนี้ติดจำนองไปขาย

เด็กวัยรุ่น =  ทำตัวใจแตก

อำนาจเก่า  =ปฎิวัติ

โจรใต้ = ฆ่าชาวบ้าน พระ ครู ทหาร

สหภาพแรงงาน = นัดหยุดงาน

พ่อค้า = ผูกขาด

เมียน้อยคนดัง = เผยแพร่คลิป

ชูวิทย์ = แฉ

ตำรวจ = จับ

พวกขอค่าจอดรถ  =เอาเหรียญขูดสีรถ

พวกหัวหมอ = ร้องเรียนองค์กรอิสระ

เฮียบูรณ์เป็นคนไทย เชื้อสายจีน ตอนวัยรุ่นเป็นนักเลงหัวไม้  ต่อมาคิดค้าขาย  แต่ไปขายปลาแห้งก็โดนตัดราคา(กลั่นแกล้ง)จนต้องเลิกขาย 

 ต่อมาก็ริเริ่มตั้งบ่อนไฮโลเล็กๆขึ้นมา มีรายได้จากค่าต๋ง จ่ายส่วยให้ตำรวจเล็กน้อย

ตอนนั้นพวกบ่อนใหญ่ๆ(เจ้าที่) ไม่พอใจที่ถูกแย่งลูกค้าจึงส่งนักเลงไปกลั่นแกล้งเฮียบูรณ์เป็นประจำ สุดท้ายต้องให้ตำรวจท้องที่ตัดสินว่าจะให้เฮียบูรณ์เปิดบ่อนต่อไปหรือไม่

โชคดีที่ตอนนั้นตำรวจมีการปรับขยายตำแหน่งสารวัตร เงินกองกลางแบ่งกินไม่อิ่ม  ทำให้ต้องเพิ่มการรับส่วย ประกอบกับ นายระดับสูงก็มีนโยบายสนับสนุนให้มีบ่อนหลายเจ้า เป็นตลาดเสรี(รังเกียจการผูกขาด) เฮียบูรณ์จึงขอนาย  เปิดบ่อนไฮโลต่อไป โดยใช้สถานที่ในตลาดสดแห่งหนึ่งเป็นที่ตั้งบ่อน

ยุคนั้นปัญหาที่เกิดบ่อย คือ จ่ายส่วยให้ตำรวจท้องที่(ที่ตั้งบ่อน) แต่กองปราบที่ก็เข้ามาจับ(กองปราบจับได้ทั่วประเทศ)ทำให้ลูกค้าบ่อนถูกจับ  ทำให้คนยังไม่กล้าเล่นพนันเท่าใดนัก 

 กองปราบเข้ามาจับ เท่ากับหักหน้าตำรวจท้องที่ ทั้งสองหน่วยนี้จึงทะเลาะกันเสมอ   ,กองปราบอ้างเสมอว่า”มีชาวบ้านแจ้งความ ไม่จับ เท่ากับละเว้นกฏหมาย”

เฮียบูรณ์เป็นคนแรกที่แก้ปัญหานี้ได้โดยวิธีจ่าย3 จุดคือ จ่ายส่วยให้  ตำรวจท้องที่  กองปราบ และตำรวจกรมกอง  (จ่ายเป็นรายเดือน) สูตรนี้ทำให้ทุกหน่วยมีผลประโยชน์ที่”ลงตัว”และ ไม่จับหักหน้ากัน(ถ้าจุดไหนไม่ได้รับส่วย  ก็ให้มาจับได้เลย)

ถือว่าเป็นการสร้างความปรองดองแก่ตำรวจและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักพนันได้มาก ( จนบ่อนอื่นๆเลียนแบบตามๆกัน)

มีหัวหน้ากองปราบคนหนึ่งคัดค้านในที่ประชุมว่า”ระบบนี้จะทำให้กองปราบเลิกออกตรวจ(เป็นเสือนอนกิน)และตำรวจท้องที่ซ่อนบ่อนเอาไว้  เพื่อรับเงินเอง  “(เช่น มี10บ่อน แจ้งกองปราบว่ามี5บ่อน)

ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนดังสวนกลับมาว่า”กองปราบสามารถรู้ได้ว่า ตำรวจท้องที่ซ่อนบ่อน(ซ่อนไว้กินส่วยเอง)หรือไม่  เพราะปกติ ชาวบ้านจะโทรแจ้งเบาะแสบ่อนหรือสิ่งผิดกฏหมายมาที่กองปราบอยู่แล้ว(กด 191คือ แจ้งกองปราบ)  กองปราบจะรู้ทันทีว่าตำรวจท้องที่ซ่อนบ่อนไว้หรือไม่ โดยเช็คจากบัญชี “เฮียบูรณ์กล่าวอย่างมั่นใจ 

ในยุคนั้นเฮียบูรณ์ ถือเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการพนันไปแล้ว 

ต่อมาเฮียบูรณ์ก็ได้ขยายบ่อน เป็นการพนันแบบไทยทุกประเภท เช่น ไพ่   ,หวย  ,โต๊ะบอล ฯลฯ

ต่อมา เฮียบูรณ์เข้าหานายและ เสนอว่า  “ตลาดการพนันเสรีแบบท้องที่เดียวมีหลายเจ้า  ทำให้กติกาการพนันและระบบจ่ายส่วยไม่เป็นเอกภาพ จึงควรผูกขาด  แต่ละท้องที่ให้มีเจ้าเดียว  …..ถ้าให้สัมปทานผมเจ้าเดียว จะจ่ายเงิน(ส่วย)ตรงเวลา และให้ผลตอบแทนสูงกว่า”

 นายก็ตอบตกลง

หลังจากนั้น ตำรวจก็ระดมจับกุมกวาดล้างพวกบ่อนเล็กๆในท้องที่ทั้งหมด ปฎิวัติจากหลายเจ้า เป็น "สัมปทานเจ้าเดียว"

เฮียบูรณ์ผงาดขึ้นมาได้เหมือนเสือติดปีก มีคอนเนคชั่นแข็งแกร่ง ทั้งราชการ การเมือง และยังเป็นหัวคะแนนให้นักการเมืองบางพรรคด้วย  แม้เฮียบูรณ์จะผูกขาด แต่ก็ไม่เคยเอาเปรียบลูกค้าและผู้ร่วมลงทุนเลย

ต่อมาเฮียบูรณ์มองว่าบ่อนพนันแบบเดิมล้าสมัยและไม่มีจุดเด่นของธุรกิจ(จับฉ่าย) และบ่อนใหญ่ท้องที่อื่น มีเงินทุนที่หนากว่า แย่งลูกค้าไปมาก จึงขายบ่อนเก่าให้เจ้าอื่นไป 

โดยเฮียบูรณ์หันมาทุ่มเทเงินสร้าง”โต๊ะบอล”

“โต๊ะบอลมีแรงซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ยังโตได้อีกมาก ถ้าเรามีคอนเนคชั่นกับต่างชาติได้ เราจะมีผลตอบแทนที่งดงามกว่าบ่อนไทยแบบเก่าๆ”เฮียบูรณ์แสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าผู้ร่วมลงทุน

“วัยรุ่น นักศึกษาสมัยนี้ไม่เล่นไพ่ ไฮโลแล้ว  ต้องใช้บอลเข้าทำตลาด”เฮียบูรณ์กล่าว

  ตอนนั้นมีเฮียบูรณ์กับคนไม่กี่คนที่เท่านั้น   มองข้ามช๊อต อ่านอนาคตตลาดได้เฉียบขาดถึงเพียงนี้

สถิติคดี

posted on 15 Feb 2010 13:40 by captainbird  in Reality

ตำรวจไม่จับโจรเพราะจับแล้ว  โอกาสถูกไล่ออกจะเพิ่มขึ้นมาก กินเงินเดือนกับส่วยก็มั่นคงดีอยู่แล้ว

ตัวเลขสถิติคดีจึงลงลดมาก  (พยายามซ่อนเหตุที่เกิดและไม่จับอะไรเลย)และยังเป็นแรงจูงใจให้รับส่วยหรือจับมาไถเงิน(แล้วปล่อย)มากขึ้นไปอีกเพราะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการจับดำเนินคดี

ประชาชนไม่ต้องดีใจหรอกที่ตัวเลขสถิติคดีลดลง เพราะเกิดจากการซ่อนหมกของเจ้าหน้าที่  ความเสี่ยงที่ท่านจะตกเป็นผู้เสียหายกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะโจรไม่ได้ไปไหน และน่าจะมีเพิ่มขึ้นด้วย เพราะกฏหมายอ่อน ความเสี่ยงถูกจับลดลง  แรงจูงใจที่จะหากินกับลัก วิ่ง ชิง ปล้นก็เพิ่มขึ้น

ถ้าท่านเดินในซอยเปลี่ยวแล้วมีคนกระชากสร้อยคอท่าน แล้วหลบหนีไป  ท่านโทรแจ้งตำรวจ ตำรวจก็น่าจะไปหาท่านช้า เพราะเขาไปเร็วอาจมีการจับกุมและความซวยจะมาถึงเจ้าหน้าที่  ถ้าท่านยอมเสียเวลาเดินทางไปที่ lสถานีท่านจะพบว่าไม่มีใครอยากบริการท่าน  ถ้าท่านตามตื้อจะให้ตามจับให้ได้  ท่านจะพบกับขั้นตอนตามกฏหมายคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหา  อย่างแรกเลยท่านต้องเดินทางไปสเก็ตภาพผู้ต้องหาที่กองพิสูจน์หลักฐานโดยท่านเดินทางไปรอคิวเอง  ถ้าจำหน้าไม่ได้ยิ่งซวย  ถ้าท่านจดจำใบหน้าได้แม่นยำ เจ้าหน้าที่จะนำภาพไปออกหมายจับ  พอได้หมายจับก็เอามาดองไว้ ไม่ไปตามจับ(อีกแล้ว)

ในคดีลักรถยนต์และรถจักร์ยานยนต์ ผมอ่านสถิติการจับกุมโจรพวกนี้ ร้อยคดีย้อนหลัง ปรากฏว่าจับใครไม่ได้เลย  ผมเองก็มีรถยนต์และตกอยู่ในความกลัวตลอดเวลาที่จอดทิ้งไว้

โผใหม่(2)

posted on 15 Feb 2010 13:39 by captainbird  in Reality

โผใหม่มีปัญหามาก  ไม่ใช่เพราะนักข่าวขุดคุ้ยมาแฉแล้วเกิดปัญหา แต่เกิดจากตำรวจทะเลาะกันเอง แบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว

 เดิมทีโควต้าต้อง แจกจ่ายทุกท่านอย่างเหมาะสม   เป็นธรรม เจ้าของโควต้าจะเอาไปแลกเงินทองหรือแลกพระเครื่องก็ตามความพอใจ

แต่โผใหม่ รบ.แทรกแซง แย่งโควต้า ทำให้หลายท่านรู้สึกเหมือนถูกริบโควต้า เสียทั้งหน้า เสียทั้งเงิน

สุดท้ายก็ไม่พอใจ  ก็ออกมาแสดงอิทธิฤทธิ์กัน  หักหลังใครให้รู้เสียบ้าง

 ถ้าการเมืองรู้จักแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม  เรื่องทุกอย่างคงเงียบไปแล้ว (ความสงบ เกิดจากความสมดุลของผลประโยชน์)

ท่านไหนฝากผีไว้กับนักการเมือง  ยอมหักหลังเพื่อนในองค์กร  เพื่อผลตอบแทนส่วนตัวที่มากกว่า  ให้ระวังตัวเอาไว้   ท่านกำลังคิดสั้นแล้ว

ต้นทุน(1)

posted on 15 Feb 2010 13:39 by captainbird  in Reality

เมื่อท่านต้นทุนสูงขึ้น การตัดสินใจของท่านจะเปลี่ยนไป

โจรผู้ร้ายจะออกลัก วิ่ง ชิง ปล้น ตอนกลางคืน เพราะเป็นเวลาที่สายตามนุษย์ ไม่สามารถสอดส่องจดจำใบหน้าใครได้มากนัก พวกนี้ถือเป็นโอกาสก่อกรรมทำเข็ญ เจ้าหน้าที่พยายามไม่ให้มีซอยเปลี่ยว โดยติดตั้งหลอดไฟฟ้าตลอดทาง แต่ก็ช่วยได้ไม่มาก ความมืดทำให้ความเสี่ยงถูกจับของโจรลดลงมาก

การศึกษาไม่ได้ชี้วัดคุณธรรม  แต่คนที่ในชีวิตไม่มีการศึกษาเลย  เขายอมมีต้นทุนทางสังคมต่ำกว่าคนจบสูง ประกอบกับโอกาสทางสังคมมีน้อยลงทุกทีเพราะทุกปีประเทศผลิตคนจบสูงได้เพิ่มขึ้น  พวกที่ไม่มีการศึกษาจึงลำบากมากขึ้น(อีกแล้ว)เพราะจะแข่งกับใครไม่ได้ในที่สุด  ถ้าเขาถูกกดดันมากๆ การตัดสินใจเอาอนาคตแลกเงินทองของเขา ย่อมแตกต่างจากคนจบสูง 

พวกต่างด้าวแรงงานเถื่อน อาจเป็นคนดีก็ได้   แต่ถ้าเขาทำผิด ไม่ว่าจะหนักหนาขนาดไหน เขามีช่องทางกลับบ้านเขาได้  เขาไม่มีกฏหมายไทยพันธนาการตัวเขาด้วยซ้ำ  ถ้าเขาถูกกดดันมากๆหรือร้อนเงินมากๆ การตัดสินใจของเขาย่อมต่างจากคนไทยมาก

เมื่อเกิดเหตุกรถยนต์ชนคนเดินถนนบาดเจ็บ  คนขับรถยนต์ไม่ยอมให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ อ้างว่ารอประกัน  ทำท่าทีก้าวร้าวรุนแรง  ขู่อ้างว่ารู้จัก ผบ.ใหญ่โต  ในขณะที่คนบาดเจ็บนั้นเลือดยังไหล เพราะคนขับรถยนต์รู้ดีว่าถ้ายอมแต่แรกจะเริ่มต้นต่อรองจากจุดที่เสียเปรียบ เลยเถียงไว้ก่อน

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ประกันภัยมาถึงที่สถานีตำรวจ  ประกันมาถึง ก็ช่วยลูกค้าเขาเถียงสุดฤทธิ์(เถียงไว้ก่อนอีกแล้ว) แม้ข้อเท็จจริงจะชัดเจนว่ารถยนต์เป็นฝ่ายผิด บางครั้งพวกเถียงไว้ก่อนก็ชนะ บางครั้งคนเดินดินยอมง่ายๆก็มี

แต่ถ้าทุกฝ่ายไม่ยอมกัน คนขับรถยนต์ มักจะเถียงว่า  อยากได้เงินฟ้องเอา(ขึ้นศาลต้นทุนทางเวลาสูงมาก เสียเวลาทำมาหากิน)  วิธีนี้ทำลายอำนาจต่อรองของคนจนได้อย่างมาก  สุดท้ายก็จำต้องยอมรับเงินค่าเจ็บตัว   ฝ่ายรถยนต์เสนอจ่าย500บาท (กดราคาสุดๆไว้ก่อนเพื่อความได้เปรียบ) ถ้าไม่เอา  ก็ฟ้องเอา  กฏหมายเพิ่มต้นทุนแก่คนขับรถได้จริงหรือ

เมื่อเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน  ถ้ารถยนต์ไม่พังมาก  ก็ชนแล้วหนีทั้งนั้น  ใครจำทะเบียนได้ก็ช่างเขา  เรียกว่า ดึงเกม ถ้าจะตามตัวมารับผิดก็ติดต่อราชการ แบกต้นทุนทางเวลาเอาเอง 

คดีทะเลาะวิวาท หรือคดีจราจรมุ่งจะเอาชนะกัน เอาความสะใจ  พวกนี้ ใช้ปากเถียงกันอย่างเดียว เพราะชนะด้วยวิธีด่าต้นทุนต่ำมาก  ตัวผมเองก็ชอบเพิ่มต้นทุนให้คนที่แจ้งความเอาชนะกันโดยไม่มีเหตุผล โดยทำให้เสียเวลามากๆ สร้างขั้นตอนมาพันธนาการเขา   นัดมาทำคดีช่วงรถติดหนักๆ  ถ้าใครอยากเอาชนะกันผมก็ยินดีเพิ่มต้นทุนให้สูงๆ

คดีความที่ผิดอาญาจริงๆ ผู้แจ้งความชอบเอาตำรวจ  ไปขู่ผู้ต้องหาให้ชดใช้เงินทอง และไม่มีใครจ้างทนายเพราะตำรวจก็ดำเนินการตามกฏหมายได้อยู่แล้ว  จะจ้างทนายแบกต้นทุนค่าจ้างสูงๆไปทำไม แต่คดีที่เป็นแพ่ง ตำรวจจะดำเนินคดีไม่ได้  (ต้องขึ้นศาลแพ่ง ต้นทุนทางเวลาสูง)พวกที่อยากใช้ตำรวจไปทวงเงินก็มักยอมจ้างทนาย เพื่อให้ช่วยตะแบงว่าคดีแพ่งนั้นผิดอาญา(จะได้ใช้ตำรวจไปขู่  ลดต้นทุนเพราะไม่ต้องขึ้นศาลแพ่ง)สรุปว่า  คดีอาญาจริงๆผู้แจ้งความจะไม่จ้างทนายเลย

โผใหม่(1)

posted on 15 Feb 2010 13:38 by captainbird  in Reality

ยุคนี้โมเดลการแสวงหาอำนาจต่างจากในอดีตมาก ในอดีตอำนาจแสวงหาโดยการสืบทอดจากพี่ไปน้อง(มุงเล็ก)  แต่ทุกวันนี้โมเดลกลายเป็น เปิดประมูลกันในเซฟเฮ้าท์ มีนายหน้ากำหนดราคาพร้อม วิธีการนี้ทำให้ราคาตำแหน่งวิ่งไปเกินพื้นฐานมาก(แพง) ตำแหน่ง สารวัตรสืบ สน.เกรดเอ ใน นครบาลก็ปาเข้าไปสามล้านแล้ว คนไหนซื้อไปคงเร่งถอนทุกกันวุ่นแน่ เพราะแบกต้นทุนสูง ใครรู้ตัวว่าส่งส่วยอยู่ก็เตรียมตัวถูกรีดไถจนตัวผอมได้เลย ทั้งกลิ่นปฏิวัติ และกลิ่นยุบสภาคละคลุ้งเช่นนี้ ไม่รู้ว่าวันไหน รบ.นี้ล้มไป ก็ต้องทำโผ ของ รบ.ใหม่มาทับโผเก่าแน่นอน พวกซื้อมาแพงคงต้องเร่งถอนทุนคืน(กลัวขาดทุน)ไม่รู้ชะตาอนาคต

โมเดลระบบตำรวจเก่าเสถียรภาพสูงมาก จะตั้งใครก็ตั้งเพราะนายในองค์กรเรืองอำนาจ คนไกล้นายย่อมได้เปรียบ แต่ปัจจุบัน  นักการเมืองจงใจทำให้ตำรวจสูญเสียเสถียรภาพเพื่อจะได้สั่งซ้ายหันขวาหันได้เต็มที่และโผที่จะออกต่อไปนี้จะกำหนด ราคาและตำแหน่งโดยการเมืองทั้งหมด เมื่อความก้าวหน้าขึ้นอยู่กับเงินทอง คงหนีไม่พ้นการระดมเงินจากพวกบ่อน พวกของเถื่อน พวกต่าวด้าว พวกผิดกฏหมายทั้งหลาย พอได้ตำแหน่งก็ตอบแทนกันคืนในภายหลัง

ความลับ

posted on 15 Feb 2010 13:31 by captainbird  in Reality

เพราะมนุษย์เลือกทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอ ความลับจึงต้องมีต่อไป

สารวัตรกำลังพล รู้ดีว่า"นาย"จะเตะใครเข้ากรุ แต่ถ้าคนที่จะเข้ากรุรู้ตัวก่อน เขาก็จะวิ่งเต้นจนไม่มีใครเตะเขาได้ สารวัตรจึงเก็บรายชื่อพวกนี้เป็นความลับ(ลับที่สุด) รอคำสั่งโผล่มาทีเดียวแบบฟ้าผ่า

บางครั้ง"นาย"จะเตะญาติของสารวัตรกำลังพลให้พ้นทาง ก็ต้องพิมพ์คำสั่งเอง เรื่องอะไรจะให้สารวัตรเขารู้ก่อน ถ้ารู้ก่อนคงไม่สามารถเตะญาติใครได้ คำสั้งจึงมักเซอร์ไพรซ์พวกที่ถูกเตะเสมอ

 ตารางงานออกใหม่ มีวันพักมาก  เวลาว่างมากเหลือล้น ผลตอบแทนก็งดงาม(งานสบายและเงินดี) ตารางงานนี้ดึงดูดพวกหัวกระทิ(คนที่มีผลสอบอันดับต้นๆ)มาได้มากมายก็จริง แข่งกันมาอยู่ แต่ในขณะเดียวกันก็ดึงความสนใจของ"นาย"มาด้วย นายเลยแย่ง"ของดี"ไปจนตารางงานนี้  กลายเป็นตารางนรก งานหนักมาก เวลาน้อย เงินน้อยมาก ต่อไปนี้กลยุทธคือ เก็บความสบายและเงินเป็นความลับ  ใครมาถามว่า"รายได้ดีไหม"ให้ตอบว่า"อดอยาก"เสมอ

ร้านขายเครื่องเขียนเจ้าแรก ยอดขายสูงมากเพราะขายอยู่เจ้าเดียวในท้องที่ แต่คนข้างบ้านเห็นทุกวัน เขาก็สืบแหล่งที่ไปที่มาของสินค้า ลงทุนค้าแข่ง ตัดราคา

 กำไรงดงามจึงเป็นสิ่งที่อายุสั้น  สงครามราคาเป็นสิ่งที่แน่นอน

ตำแหน่งราชการดีๆ มีน้อยต้องแข่งขันแย่งมา เมื่อเกิดว่างขึ้นมา ก็มีความพยายามจะเก็บเป็นความลับ บอกข่าวกันเฉพาะพี่น้อง(มุงเล็ก) รุ่นเดียวกัน สถาบันเดียวกัน  กำจัดพวก"นอกคอก"ออกจากสนามแข่งได้มาก

ร้านอาหารก็พยายามเก็บสูตรเด็ดของตนเป็นความลับ(ที่สุด)

 ในอดีตลัทธิความเชื่อเทพ ก็เอาพวกนักวิทยาศาสตร์ไปประหารเป็นจำนวนมาก เพราะอำนาจเทพเสื่อมลง เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า (ตาสว่าง) (คล้ายๆคนไทยสมัยนี้เลย)

ทุจริตคอรัปชั่นเต็มเมือง ไม่มีใบเสร็จรับเงิน เพราะพยายามให้เป็นความลับ ใครมาโจมตีว่ารับเงินผิดกฏหมาย  ก็ปฏิเสธและขอใบเสร็จหลักฐาน(จะเอามาจากไหน)

 ทหารเอารถถังมาวิ่งบ่อยๆ เอามาซ่อมบ่อยๆ หลอกว่าจะปฏิวัติบ่อยๆ อาจกำลังทำให้การเอารถถังวิ่งออกมาปฏิวัติจริงๆ ในวันดีเดย์ สะดวกขึ้นก็ได้

  ผู้กำกับมาใหม่  เป็นได้แค่"ไก่อ่อน"  อ่อนข้อมูลมาก  ลูกน้องก็วางแผนซ่อนแหล่งทำกินหลายจุดเป็นความลับ ตารางงานปกติเป็นอำนาจผู้กำกับจัด  ตอนนี้ลูกน้องก็ปกปิดจุดนี้ไว้ เพื่อลูกน้องจะได้เอามาจัดตารางกันเอง กุมอำนาจเอง

อินเตอร์เน็ตทำคนหูตาสว่าง ความลับของคนบางกลุ่มรั่ว  เขาก็ออกมาโจมตีอินเตอร์เน็ต

การคอรับชั่นก็อาศัยความลับ(ปิดหูปิดตาประชาชน)เก็บอำนาจจัดสรรทรัพยากรชาติไว้แก่ตน 

 สื่อกระแสหลัก ท่านแน่ใจหรือว่ากำลังพูดความจริง หรือท่านเป็นเพียงเครื่องมือเก็บงำความลับ แก้ไขความจริง ล้างสมองประชาชนดังที่ผู้ออกใบสั่งต้องการ

 องค์กรใดเรืองอำนาจ นานวันเข้า มักจะหลงระเริงจนมีเรื่องเน่าๆอยู่ข้างในเสมอ ก็พยายามซ่อนความเน่าเป็นความลับต่อไป